เวนิส วานิช : ความเอย…. ความรัก
เมื่อวันก่อน ไปทานข้าวเที่ยงกับน้องๆที่ทำงานที่ร้านก๋วยเตี๋ยวแถวๆออฟฟิซ
ขณะที่กำลังรอก๋วยเตี๋ยวก็เหลือบไปเห็นกองหนังสือ (ซึ่งส่วนใหญ่ดูเก่าๆ) ที่ทางร้านกองๆไว้
แล้วก็ไปเจอหนังสือเรื่อง ‘เวนิสวานิช‘ …. จำได้ว่าเป็นหนังสืออ่านนอกเวลาตอนที่เรียนมัธยมอยู่
ก็เลยหยิบมาพลิกๆดู ระลึกความหลัง ซึ่งจำได้อีกว่าเรื่องนี้ครูที่โรงเรียนให้เล่นละครเรื่องนี้กันด้วย
ซึ่งก็ท่องบทเตรียมการกันเป็นเดือนๆทีเดียวเรื่องเวนิส วานิชนี้ ถ้าใครจำได้ เป็นพระราชนิพลของรัชกาลที่ 6 ซึ่งท่านนำแปลงมาจากบทประพันธ์ของ Shakespear อีกทีนะคะ ซึ่งมีบางบทที่บางคนอาจพอจำได้ เลยขอยกกลอนบางบทมาให้อ่านกัน
อันว่าความกรุณาปรานี จะมีใครบังคับก็หาไม่
หลั่งมาเองเหมือนฝนอันชื่นใจ จากฟากฟ้าสุราลัยสู่แดนดิน
กลอนบทแรกนี้คงคุ้นเคยกันที่สุด (แต่จะมีใครจำได้ไหมน๋อ ว่ามาจากเรื่องนี้ นี่เองนะคะ)
ชนใดไม่มีดนตรีการ ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก
อีกคนใดฟังดนตรีไม่เห็นเพราะ , เขานั้นเหมาะคิดขบถอัปลักษณ์
หรืออุบายมุ่งร้ายฉมังนัก มโนหนักมืดมัวเหมือนราตรี
และดวงใจย่อมดำสกปรก ราวนรก ชนเช่นกล่าวมานี่
ไม่ควรใครไว้ในในโลกนี้ เจ้าจงฟังดนตรีเถิดชื่นใจ
กลอนบทข้างบนนี้ก็คงคุ้นๆกันเหมือนกันนะคะ
ส่วนกลอนบทสุดท้ายที่จะขออัญเชิญมา