วันนี้ ทำไมนีกถึงมิตรภาพ ‘เพื่อน’ ขึ้นมา
โชคดีที่มีเพื่อนที่ดีหลายๆคน เพื่อนที่อยู่ด้วยไม่ว่ายามทุกข์ หรือ สุข
เพื่อนที่คอยยิ้มให้ หยิบยื่นน้ำใจไมตรีให้เสมอ โดยไม่เคยเอ่ยปากขออะไรตอบแทน
เพื่อนที่เป็นเพื่อนแท้จริงๆ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไม่ว่ากาลเวลาผ่านไปนานเท่าไร่ ยิ่งมองเห็นในมิตรภาพดีๆที่เพิ่มพูน
ขอให้เพื่อนทุกคน ได้เจอเพื่อนๆที่ดี เช่นเดียวกันนะคะ
กลอนและเพลงเพราะๆสำหรับเพื่อนคะ
อยากให้เธออยู่ตรงนี้
เป็นเพื่อนที่แสนดีข้าง ๆ ฉัน
มีความรู้สึกดี ๆ มาแบ่งปัน
เป็นกำลังใจให้กันและกันตลอดไป
คงไม่มีใครปฏิเสธนะคะว่า กุหลาบถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักและความโรแมนติก
มีเรื่องราวเกี่ยวกับตำนานดอกกุหลาบหลายแขนง นะคะ
ตำนานนึงของกรีกเล่าว่า ดอกกุหลาบเป็นเสมือนเครื่องหมายแทนเทพธิดาวีนัส • ซึ่งเป็น เทพแห่งความงามและความรัก วีนัสเป็นที่รู้จักกันในชื่อ อโฟรไดท์ ในตำนานเทพของกรีกได้กล่าวไว้ว่า น้ำตาของเธอหยดลงปะปนกับเลือดของ อคอนิส คนรักของเธอที่ถูกหมูป่าฆ่า เลือดและน้ำตาหยดลงสู่พื้นแล้วกลายเป็นดอกไม้สีแดงเข้มหรือดอกกุหลาบนั่นเอง
แต่กุหลาบ ก็ไม่ได้มีเพียงแค่สีแดง ใช่ไหมคะ
ตำนานหนึ่งเล่าว่า กุหลาบขาว เกิดขึ้นก่อน เดิมทีมีนกไนติงเกลตัวหนึ่งมาหลงรักเจ้าดอกกุหลาบขาว แสนสวย ขณะที่มันกำลังจะโอบกอดดอกกุหลาบด้วยความรักนั้นเอง หนามกุหลาบก็ทิ่มแทงที่หน้าอกของมัน
หยดเลือดของเจ้านกไนติงเกลเลยทำให้ดอกกุหลาบสีขาวกลายเป็นสีแดง เลยมีดอกกุหลาบสีแดงนับแต่นั้นเป็นต้นมา
พูดถึงดอกกุหลาบแล้ว คงจะอดพูดเกี่ยวกับ ‘ผู้หญิง’ ไปด้วยไม่ได้นะคะ ผู้หญิงคนแรกในประวัติศาสตร์โลก ที่ได้รับสมญาว่าเป็นผู้หญิงงามเสมือนดอกกุหลาบคือ พระนางคลีโอพัตรา ซึ่งพระนางได้เคยต้อนรับ มาร์ค แอนโทนี คนรักของพระนาง ในห้องซึ่งโรยด้วยดอกกุหลาบหนาถึง 18 นิ้ว (…อื้อออ….)
ตัวอย่างบางตอนของเรื่อง
ตำนานดอกกุหลาบ : มัทนะพาธา
.
คลิก อ่านต่อ.
เมื่อวันก่อน ไปทานข้าวเที่ยงกับน้องๆที่ทำงานที่ร้านก๋วยเตี๋ยวแถวๆออฟฟิซ
ขณะที่กำลังรอก๋วยเตี๋ยวก็เหลือบไปเห็นกองหนังสือ (ซึ่งส่วนใหญ่ดูเก่าๆ) ที่ทางร้านกองๆไว้
แล้วก็ไปเจอหนังสือเรื่อง ‘เวนิสวานิช‘ …. จำได้ว่าเป็นหนังสืออ่านนอกเวลาตอนที่เรียนมัธยมอยู่
ก็เลยหยิบมาพลิกๆดู ระลึกความหลัง ซึ่งจำได้อีกว่าเรื่องนี้ครูที่โรงเรียนให้เล่นละครเรื่องนี้กันด้วย
ซึ่งก็ท่องบทเตรียมการกันเป็นเดือนๆทีเดียวเรื่องเวนิส วานิชนี้ ถ้าใครจำได้ เป็นพระราชนิพลของรัชกาลที่ 6 ซึ่งท่านนำแปลงมาจากบทประพันธ์ของ Shakespear อีกทีนะคะ ซึ่งมีบางบทที่บางคนอาจพอจำได้ เลยขอยกกลอนบางบทมาให้อ่านกัน
อันว่าความกรุณาปรานี จะมีใครบังคับก็หาไม่
หลั่งมาเองเหมือนฝนอันชื่นใจ จากฟากฟ้าสุราลัยสู่แดนดิน
กลอนบทแรกนี้คงคุ้นเคยกันที่สุด (แต่จะมีใครจำได้ไหมน๋อ ว่ามาจากเรื่องนี้ นี่เองนะคะ)
ชนใดไม่มีดนตรีการ ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก
อีกคนใดฟังดนตรีไม่เห็นเพราะ , เขานั้นเหมาะคิดขบถอัปลักษณ์
หรืออุบายมุ่งร้ายฉมังนัก มโนหนักมืดมัวเหมือนราตรี
และดวงใจย่อมดำสกปรก ราวนรก ชนเช่นกล่าวมานี่
ไม่ควรใครไว้ในในโลกนี้ เจ้าจงฟังดนตรีเถิดชื่นใจ
กลอนบทข้างบนนี้ก็คงคุ้นๆกันเหมือนกันนะคะ
ส่วนกลอนบทสุดท้ายที่จะขออัญเชิญมา
ตัวอย่างบางตอนของเรื่อง
เวนิส วานิช : ความเอย…. ความรัก
.
คลิก อ่านต่อ.

ให้ของขวัญวันแม่ นับแต่นี้
โดยทำดี ต่อแม่ก่อนแก่เฒ่า
ให้ท่านได้ประจักษ์รักของเรา
ดีกว่าเฝ้าทำบุญให้เมื่อวายชนม์
—————
สวัสดีวันแม่คะ
ต้นหญ้าปลิวไหว
สายลมลู่ใบหญ้า
เราเดินคู่กันมา
เธอเล็มหญ้า ฉันสีซอ….ดูเข้าก๊านเข้ากัน
