ตำนานดอกกุหลาบ : มัทนะพาธา
คงไม่มีใครปฏิเสธนะคะว่า กุหลาบถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักและความโรแมนติก
มีเรื่องราวเกี่ยวกับตำนานดอกกุหลาบหลายแขนง นะคะ
ตำนานนึงของกรีกเล่าว่า ดอกกุหลาบเป็นเสมือนเครื่องหมายแทนเทพธิดาวีนัส • ซึ่งเป็น เทพแห่งความงามและความรัก วีนัสเป็นที่รู้จักกันในชื่อ อโฟรไดท์ ในตำนานเทพของกรีกได้กล่าวไว้ว่า น้ำตาของเธอหยดลงปะปนกับเลือดของ อคอนิส คนรักของเธอที่ถูกหมูป่าฆ่า เลือดและน้ำตาหยดลงสู่พื้นแล้วกลายเป็นดอกไม้สีแดงเข้มหรือดอกกุหลาบนั่นเอง
แต่กุหลาบ ก็ไม่ได้มีเพียงแค่สีแดง ใช่ไหมคะ
ตำนานหนึ่งเล่าว่า กุหลาบขาว เกิดขึ้นก่อน เดิมทีมีนกไนติงเกลตัวหนึ่งมาหลงรักเจ้าดอกกุหลาบขาว แสนสวย ขณะที่มันกำลังจะโอบกอดดอกกุหลาบด้วยความรักนั้นเอง หนามกุหลาบก็ทิ่มแทงที่หน้าอกของมัน
หยดเลือดของเจ้านกไนติงเกลเลยทำให้ดอกกุหลาบสีขาวกลายเป็นสีแดง เลยมีดอกกุหลาบสีแดงนับแต่นั้นเป็นต้นมา
พูดถึงดอกกุหลาบแล้ว คงจะอดพูดเกี่ยวกับ ‘ผู้หญิง’ ไปด้วยไม่ได้นะคะ ผู้หญิงคนแรกในประวัติศาสตร์โลก ที่ได้รับสมญาว่าเป็นผู้หญิงงามเสมือนดอกกุหลาบคือ พระนางคลีโอพัตรา ซึ่งพระนางได้เคยต้อนรับ มาร์ค แอนโทนี คนรักของพระนาง ในห้องซึ่งโรยด้วยดอกกุหลาบหนาถึง 18 นิ้ว (…อื้อออ….)
สุดท้าย … เนื่องจากชอบละคร บทกลอน so again ทำให้นึกถึงบทละครพูดคำฉันท์เรื่อง มัทนะพาธา
บทพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6 ซึ่งบทละครนี้เป็นเรื่องราวความรักที่ไม่สมหวังของ นางมัทนา (มัทนะ แปลว่า กามเทพ, พาธา แปลว่า ความทุกข์) เทพธิดาผู้ทรงโฉม ซึ่งเป็นที่หมายปองของสุเทษน์เทพ แต่ตัวนางยืนยันปฏิเสธความรักของสุเทษน์เทพเสมอ
จนทำให้สุเทษน์เทพไม่พอใจ จึงสาปให้นางกลายเป็นดอกกุหลาบ หากแต่ในทุกวันเพ็ญจะสามารถกลายร่างเป็นสาวสวยได้หนึ่งวัน
ซึ่งนางจะเป็นเช่นนี้เรื่อยไปจนกว่าจะได้พบรักแท้กับบุรุษเพศจึงจะกลับมามีร่างอย่างมนุษย์ได้โดยถาวร
และแล้ววันหนึ่งนางได้พบรักกับท้าวชัยเสน กษัตริย์ในเมืองมนุษย์ นางมัทนาจึงได้กลับมาเป็นมนุษย์อีกครั้ง
แต่ความรักนั้นก็หาได้หวานชื่นไม่ เหตุเพราะท้าวชัยเสนมีมเหสีอยู่ก่อนแล้ว นางถูกมเหสีของท้าวชัยเสนใส่ความต่างๆ นานาและท้าวชัยเสนก็หลงเชื่อ นางจึงต้องหวานอมขมกลืนอยู่ในความรัก
ในที่สุดนางจึงขอร้องให้สุเทษน์เทพช่วยให้ได้สมหวังในความรัก แต่สุเทษน์เทพผู้รักนางมัทนาข้างเดียวมาตลอด จึงไม่คิดจะช่วยเหลือ แต่กลับสาปให้นางกลับกลายเป็นดอกกุหลาบชั่วนิรันดร์……
และนี่ก็คือที่มาของ “มัทนะพาธา - ตำนานดอกกุหลาบ” เวอร์ชั่นไทยนะคะ
ขออัญเชิญบทกลอนจากบทพระราชนิพนธ์เรื่อง มัทนะพาธา นี้ ที่คงเคยได้ยินกันบ้างนะคะ
“ความรักเหมือนโรคา บันดาลตาให้มืดมน
ไม่ยินและไม่ยล อุปสรรคใดใด
ความรักเหมือนโคถึก กำลังคึกผิขังไว้
ก็โลดจากคอกไป บ่ ยอมอยู่ ณ ที่ขัง
ถึงหากจะผูกไว้ ก็ดึงไปด้วยกำลัง
ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งคลั่ง มิหวลคิดถึงเจ็บกายฯ”
สัพเพเหระ เรื่องตำนานดอกกุหลาบ ก็ขอจบก่อนเพียงเท่านี้นะคะ @-;–
อ่านถึงตรงนี้ >> ความรักเหมือนโคถึก กำลังคึกผิขังไว้ << ก็ฮากันเลยทีเดียว ฮ่าๆๆๆๆ
บล็อก diamy อ่ะค่ะพี่ ถึงจะอัพบ่อยกว่า บล็อก diam นั้นเก็บไว้เฉพาะเวลาอยากจะสำบัดสำนวน อิอิ
สวัสดีครับ ตามมาเยี่ยมที่บล็อกด้วย …
ท่าทางชอบกลอน นี่ วันหน้าผมอาจจะ
นำกลอนของเพื่อนบล็อกเกอร์บางคน
มาฝากบล็อกหนูสาริน (ใช่มั้ยเอ่ย)….
ผมเกษียณแล้วจริงๆนะ … เห็นลูกเล่น Hi 5
เลยเล่นตามอย่างลูก …. อิอิอิ
อาวาตม์ หรือ อาวาส ก็ได้ครับ
สวัสดี ค่ะ อา…ชอบเรื่องมัทนะพาธาค่ะสมัยเป็นนักเรียนถอดความยังไม่กระจ่าง โอ…ไม่ว่าจะเป็นดอกกุหลาบหรือความรัก โดนหนามมันทิ่มแล้วเจ็บพอๆ กันนะคะ ยินดีที่รู้จักค่ะ หนูมะลิกับแม่ค่ะ
ตุลาคม 10th, 2008 เวลา 1:50 am
ตำนานดอกกุหลาบเวอร์ชั่นไทย
น่าสงสารจังนะค่ะ…
แต่ชอบอ่านกลอนเหมือนกันเลยค่ะ
เพราะดีนะค่ะ
แวะมาทักทายตอนดึกๆค่ะ
แวะมาทักทายค่ะ
เห็นหายไปค่ะ