Archive for September, 2008

ตำนานดอกกุหลาบ : มัทนะพาธา

September 30 20085 Commented

Categorized Under: Food for Thoughts, กลอน, บันเทิง

คงไม่มีใครปฏิเสธนะคะว่า กุหลาบถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักและความโรแมนติก

มีเรื่องราวเกี่ยวกับตำนานดอกกุหลาบหลายแขนง นะคะ
ตำนานนึงของกรีกเล่าว่า ดอกกุหลาบเป็นเสมือนเครื่องหมายแทนเทพธิดาวีนัส • ซึ่
งเป็น เทพแห่งความงามและความรัก วีนัสเป็นที่รู้จักกันในชื่อ อโฟรไดท์ ในตำนานเทพของกรีกได้กล่าวไว้ว่า น้ำตาของเธอหยดลงปะปนกับเลือดของ อคอนิส คนรักของเธอที่ถูกหมูป่าฆ่า เลือดและน้ำตาหยดลงสู่พื้นแล้วกลายเป็นดอกไม้สีแดงเข้มหรือดอกกุหลาบนั่นเอง

แต่กุหลาบ ก็ไม่ได้มีเพียงแค่สีแดง ใช่ไหมคะ
ตำนานหนึ่งเล่าว่า กุหลาบขาว เกิดขึ้นก่อน เดิมทีมีนกไนติงเกลตัวหนึ่งมาหลงรักเจ้าดอกกุหลาบขาว แสนสวย ขณะที่มันกำลังจะโอบกอดดอกกุหลาบด้วยความรักนั้นเอง หนามกุหลาบก็ทิ่มแทงที่หน้าอกของมัน
หยดเลือดของเจ้านกไนติงเกลเลยทำให้ดอกกุหลาบสีขาวกลายเป็นสีแดง เลยมีดอกกุหลาบสีแดงนับแต่นั้นเป็นต้นมา
rose

พูดถึงดอกกุหลาบแล้ว คงจะอดพูดเกี่ยวกับ ‘ผู้หญิง’ ไปด้วยไม่ได้นะคะ ผู้หญิงคนแรกในประวัติศาสตร์โลก ที่ได้รับสมญาว่าเป็นผู้หญิงงามเสมือนดอกกุหลาบคือ พระนางคลีโอพัตรา ซึ่งพระนางได้เคยต้อนรับ มาร์ค แอนโทนี คนรักของพระนาง ในห้องซึ่งโรยด้วยดอกกุหลาบหนาถึง 18 นิ้ว (…อื้อออ….)

เวนิส วานิช : ความเอย…. ความรัก

September 25 2008No Commented

Categorized Under: Food for Thoughts, กลอน, บันเทิง


เมื่อวันก่อน ไปทานข้าวเที่ยงกับน้องๆที่ทำงานที่ร้านก๋วยเตี๋ยวแถวๆออฟฟิซ


ขณะที่กำลังรอก๋วยเตี๋ยวก็เหลือบไปเห็นกองหนังสือ (ซึ่งส่วนใหญ่ดูเก่าๆ) ที่ทางร้านกองๆไว้
แล้วก็ไปเจอหนังสือเรื่องเวนิสวานิช‘  …. จำได้ว่าเป็นหนังสืออ่านนอกเวลาตอนที่เรียนมัธยมอยู่
ก็เลยหยิบมาพลิกๆดู ระลึกความหลัง ซึ่งจำได้อีกว่าเรื่องนี้ครูที่โรงเรียนให้เล่นละครเรื่องนี้กันด้วย
ซึ่งก็ท่องบทเตรียมการกันเป็นเดือนๆทีเดียว
เรื่องเวนิส วานิชนี้ ถ้าใครจำได้ เป็นพระราชนิพลของรัชกาลที่ 6 ซึ่งท่านนำแปลงมาจากบทประพันธ์ของ Shakespear อีกทีนะคะ ซึ่งมีบางบทที่บางคนอาจพอจำได้ เลยขอยกกลอนบางบทมาให้อ่านกัน

อันว่าความกรุณาปรานี  จะมีใครบังคับก็หาไม่
หลั่งมาเองเหมือนฝนอันชื่นใจ จากฟากฟ้าสุราลัยสู่แดนดิน

กลอนบทแรกนี้คงคุ้นเคยกันที่สุด (แต่จะมีใครจำได้ไหมน๋อ ว่ามาจากเรื่องนี้ นี่เองนะคะ)

ชนใดไม่มีดนตรีการ ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก
อีกคนใดฟังดนตรีไม่เห็นเพราะ ,
เขานั้นเหมาะคิดขบถอัปลักษณ์
หรืออุบายมุ่งร้ายฉมังนัก มโนหนักมืดมัวเหมือนราตรี
และดวงใจย่อมดำสกปรก ราวนรก ชนเช่นกล่าวมานี่
ไม่ควรใครไว้ในในโลกนี้ เจ้าจงฟังดนตรีเถิดชื่นใจ

กลอนบทข้างบนนี้ก็คงคุ้นๆกันเหมือนกันนะคะ


ส่วนกลอนบทสุดท้ายที่จะขออัญเชิญมา

ข้างหลังภาพ - The Musical

September 19 20082 Commented

Categorized Under: บันเทิง, เพลง

ข้างหลังภาพ

…ภาพแห่งชีวิต….

เมื่อคืน ไปดูละคร ‘ข้างหลังภาพ’ กับเพื่อนมา เนื่องจากเป็นคนชอบดูละครอยู่แล้ว และ ‘ข้างหลังภาพ’ ของ ศรีบูรพา นี้ก็อ่านมาตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียน จำได้ว่าอ่านรวดเดียวจบ (และก็น้ำตาไหลไปตั้งแต่ใกล้จบเรื่อง) บทละครทำออกมาได้ ถอดเหมือนจากในหนังสือ ซึ่งอันนี้ต้องขอชื่นชมยกความดีความชอบให้คนเขียนบท ละครหรือหนังบางเรื่องที่เอาบทมาจากหนังสือ พอมาเป็นทำเป็นหนังหรือละครแล้ว ก็ปรับเปลี่ยนเนื้อเรื่องเสียจนทำให้ คนที่นึกภาพจินตนาการจากการอ่านหนังสือมาก่อนเอง เริ่มเสียอรรถรสจิตนาการของตัวเอง (ที่จินตนาการออกมาเสียได้อารมณ์ร่วมขนาดนั้นไปแล้ว…)


นอกจากชื่นชมคนเขียนบทแล้ว อีกอย่างที่ขอปรบมือให้ คือ ฉากคะ ทำฉากแต่ละฉากส่วนใหญ่ออกมาได้ดีมากๆ เรื่องนี้ คนที่เคยอ่านมักจะนึกถึงว่าฉากที่สมควรจะประทับใจสุดคือฉากที่น้ำตกมิตาเกะ ก็ใช่คะ ยอมรับว่าฉากนี้ ที่มีน้ำตกจริงๆ และน้ำไหลนองเวทีเป็นเหมือนลำธารจริง ภาพพระเองนางเองเต้นรำกันในลำธาร ขณะที่ใบไม่ร่วงปลิดปลอดลงมาเป็นระยะระยะ — ช่างประทับใจจริงๆคะ แต่อีกฉากที่เราประทับใจมากกว่า คือฉากล่องเรือ เป็นฉากก่อนที่ นพพร และ คุณหญิงกีรติ จะไปมิตะเกะนะคะ ที่ชื่นชมเพราะสามารถทำการล่องเรือแล่นไปบนเวทีได้ smooth เนียนมากๆคะ ไม่มีกระตุก ติดขัด พริ้ว เหมือแล่น อยู่ในบึงจริงๆ (ไม่ใช่ได้อารมณ์แบบว่าเป็นแบบรอกลากเรือแข็งๆไปบนเวที)

แบบเบิร์ดเบิร์ด

September 16 20083 Commented

Categorized Under: บันเทิง, เพลง


เมื่อเดือนที่แล้วได้มีโอกาสไปดูคอนเสิร์ตของพี่เบิร์ด แบบเบิร์ดเบิร์ดโชว์ที่อิมแพคมานะคะ

ขอยอมรับว่าทีแรกไม่ได้อยากไปมากมายเท่าไร่ เนื่องจากห่างเหินจากพี่เบิร์ดมานานและไม่ค่อยชอบอัลบั้มชุดหลังๆ ที่ค่อนข้างเอาใจตลาด ส่วนตัวไม่ค่อยชอบเหมือนสมัยก่อนอัลบั้มแรก หาดทราย สายลม สองเรา ตั้งแต่สมัยมัธยม และ คอนเสิรต์แบบเบิร์ดเบิร์ดที่เคยดูที่ศูนย์วัฒนธรรมก็ยังประทับใจอยู่ เลยนึกไม่ออกว่าเป็นบรรยากาศอิมแพคแทน แล้วมันจะเป็นเช่นใด….  (ยอมรับว่าดูคอนเสริต์พี่เบิร์ดครั้งสุดท้าย ตั้งแต่สมัยแสดงที่ศูนย์วัฒนธรรมนู้นนั่นแหละคะ)


วันที่ไปดู เป็นวันศุกร์ (ซึ่งคนก็แทบจะเต็มอิมแพค) คนดูหลากหลายอายุ ส่วนใหญ่จะเป็นรุ่นผู้ใหญ่บ้างก็เป็นครอบครัวพาลูกไปดู เห็นคุณลูกบางคนยังเด็กอยู่มาก อายุคงยังตัวเลขเดียว (ซึ่งไม่น่าทันยุคพี่เบิร์ดหรอกอะ) เด็กบางคนก็ร้องเพลงพี่เบิร์ดตามไปได้แทบจะทุกเพลง (ส่วนเด็กที่หลับก็มีนะคะ — แหม๋ ก็ถ้าไม่รู้จักคุณลุงเบิร์ด แล้วให้มานั่งดูอยูจน 5 ทุ่ม นู๋ก็ง่วงจิงจิงนะฮับ คุณลุง!!) ที่น่าแปลกคือท่านผู้ใหญ่เหล่านี้ท่านสนุกสนานกันในคอนเสริต์เป็นที่ยิ่ง แบบว่าลองนึกภาพว่ามองไปเห็นผู้ใหญ่ลุกขึ้นมาร้องเพลงและ
เต้นอย่างสนุกสนานหน่ะคะ ก็เลือกเพลงมาได้ดีตั้งแต่อัลบั้มชุดแรกจนชุดสุดท้าย ฟากฟ้าทะเลฟัน เีงียบๆคนเดียว ฝากใจไว้ นางนวล คนไม่มีแฟน เล่าสู่กันฟัง แก้วตา โอ๋ละหนอ คุ้นๆไม๊คะ??

Mamma Mia

September 11 2008No Commented

Categorized Under: บันเทิง, เพลง

ควันหลงหลังจากที่ได้ไปดู Mamma Mia มา
ครือว่าปกติเป็นคนชอบดูละคร โดยเฉพาะละครเพลง ร้องจริงๆ แสดงจริง วงดนตรีจริงอยู่แล้ว
ดังนั้นเวลามีภาพยนตร์ที่เป็นละครเพลงออกมา พอได้ยินก็จะนึกในใจ
แล้วว่าเอ๋ มันจะดีเท่าละครเพลงที่เขาแสดง รอ้ง สดๆ บนเวทีๆได้เร่อ??
เอาเป็นว่า ตามหลัก ทราบอยู่แล้วว่า ยังไงมันคงดีไม่เท่า เพราะอรรถรสของอารมณ์ร่วม การรอ้ง การแสดง สีหน้าสดๆ ตรงนั้น
รวมถึงฉากต่างๆ วงดนตรี orchestra เล่นสดๆ ฯลฯ
ภาพยนตร์มันไม่ได้ตรงนี้อยู่แล้ว ซึ่งก็ไม่ได้หวังถึงขนาดนั้น แค่ชมภาพยนตร์เพื่อความบันเทิงระเริงใจระดับหนึ่งก็พอ
กระนั้นก็เหอะ ขนาดทำใจไว้แล้ว ภาพยนตร์เพลงบางเรือ่ง ก็ยังทำให้เกิดอารมณ์เซ็งหลังไปดูด้ายย
เช่น Phantom of the Opera เป็นต้น ดูแล้วเซ็งเป็นที่ยิ่ง
โอ้ แม่เจ้า …. ทำไมทำออกมาได้ … เช่นนี้ ไม่แน่ใจว่าท่าน Andrew Lloyd Webber ดูแล้วท่าน
คงไม่คิดจะเปรียบกับ play ของท่านเลย ทดแทนกันไม่ได้เลย (จะบอกว่าได้ดูหนังเรื่องนี้ คล้ายๆกับดู play —
มันเหมือนกับเปรียบเทียบ กิ้งก่า กับ ปลาดาว … ไม่รู้จะประเมินด้วยปัจจัยความเหมือน หรือ แตกต่างอย่างไรดี)
… เข้าเรื่อง Mamma Mia ดีกว่า
คือเรื่องนี้ จะขอบอกว่าทำได้ออกมาดีทีเดียว คือในแง่การแสดงอาจพูดไม่ได้
แต่ในแง่ทำหนังออกมาให้ entertaining ให้คนดู enjoy ไปกับหนังและเพลง
(ถึงแม้บางคน ร่นใหม่ๆ อาจไม่รู้จักวง ABBA ก็ตาม) โดยทั้งๆที่หนังไม่ได้มีอะไรมาก บท plot เรื่อง รวมถึงฉากและการตัดต่อเรื่องออกจะไม่ค่อยลงตัวด้วยซ้ำ แต่สุดท้าย ก็ออกมาสนุกสนานดี
อันนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะคะ
คิดว่าหนังเรื่องนี้เป็นการปลุกวง ABBA ขึ้นมาได้ระดับหนึ่งเลยคะ
มีเพลงเพราะหลายเพลงทีเดียว SoundTrack ฟังได้ทั้งแผ่นเลยคะ
เอาเพลงนึงมาฝากแล้วกันนะคะ เนื้อเพลงความหมายดีๆ นะคะ (ก็บอกแล้วในบล็อกก่อนหน้านี้ … เป็นคนชอบฟังเนือ้เพลงอ่ะ)